**หมายเหตุ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น**
บางครั้ง ฉันก็รู้สึกประหลาดใจมากๆที่ข่าวบางข่าว หรือคลิปบางคลิปสามารถแปลออกมาได้โดยใช้เวลาไม่นาน และแพร่กระจายไปทั่วบนอินเตอร์เน็ท ขณะนี่ข่าวอื่นๆที่มันควรค่าแก่การแปลมากกว่านี้ยังค้างอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีคนมาแปลเลย
มันเป็นชีวิตประจำวันของฉันที่จะค้นหาคำว่า “Han Geng” บน YouTube เพื่อจะหาวีดีโอคลิปใหม่ๆที่เพิ่งอัพโหลด และวันนี้ฉันก็ได้เจอกับคลิปอันนี้
http://www.youtube.com/watch?v=lswyxkpD2Nc&feature=player_embedded
มันแปลได้ดี แต่..หลังจากอ่านทุกความเห็นใน YouTube แล้ว ฉันรู้สึกว่าคลิปนี้ต้องการคำอธิบายมากกว่านี้
เพราะฉันอาจจะเป็นคนที่เหมาะจะอธิบายคลิปนี้ได้ดี..(ในฐานะแฟนเกาหลีคนหนึ่ง... ฮา ฮา..)
เพราะฉันเป็นแฟนของรายการนี้ และ
เพราะพิธีกรสามคนนี้.. พวกเขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน...ฉันถึงเข้าใจอารมณ์ที่พวกเขาให้ความเห็นเกี่ยวกับฮันเกิงได้
สรุปก็คือ ความเห็นของสามพิธีกรเกี่ยวกับฮันเกิงมันเหมาะสมมากๆ และโดยส่วนตัวแล้วฉันรู้สึกขอบคุณมากๆที่พวกเขาให้ความเห็นหลังจากสมาชิกเอสเจได้พูดไป ที่โดยส่วนใหญ่อีทึก ชินดง และอึนฮยอกได้พูดถึงเรื่องฮันเกิงอย่างเปิดอก
ก่อนฉันจะเริ่มพูดถึงวีดีโอคลิป ฉันอยากจะเน้นกฎของบล็อกเราอีกครั้ง พวกเราจะพูดถึงแต่ฮันเกิงเท่านั้น เหตุผลที่ฉันมาพูดถึงวีดีโอคลิปนี้ก็คือ ฉันไม่อยากให้ข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับฮันเกิงแพร่ออกไปท่ามกลางบรรดา ELF ในประเทศอื่นๆและแฟนเกิง ก็แค่นั้น
อย่างแรกเลย ความเห็นของชินดงเกี่ยวกับฮันเกิง:
ถ้าคุณตามฮันเกิงตั้งแต่เอสเจในช่วงแรกๆ คุณก็จะรู้ว่าฮันเกิงชอบชินดงมากๆที่เขามีพรสวรรค์ในการเต้น และมีอารมณ์ขัน ฉั้นจำได้ว่าฮันเกิงมักจะพูดถึงชินดงอยู่บ่อยๆในช่วงกิจกรรมการโปรโมท SJM ในจีน ฉันรู้สึกได้ว่าฮันเกิงชอบชินดงจริงๆ และดูเหมือนจะคิดว่าชินดงน่ารักมากๆด้วย ฮาฮา
และความรักเช่นนี้ก็ดูจะมีเหมือนๆกัน..ดังนั้น.. ฉันถึงแน่ใจว่าชินดงก็รู้สึกว่าฮันเกิงก็ชอบเขาเช่นกัน และเขาก็รู้สึกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน ดังนั้น ในฐานะแฟนของเอสเจ ฉันจึงเข้าใจอารมณ์ที่ชินดงระเบิดออกมาได้ดีเกี่ยวกับฮันเกิงในรายการ เห็นได้ชัดเจนว่าชินดงไม่พอใจมากๆที่เขาไม่รู้ถึงความลำบากของฮันเกิงในเกาหลี ฉันคิดว่า เขาคงกำลังคิดอยู่ว่าทำไมฮันเกิงไม่บอกเขาว่ารู้สึกยังไง หรือเขากำลังเผชิญกับอะไร ใช่... ดังนั้น.. ชินดงจึงสรุปเอาเอง ไม่พูดความจริง ความรู้สึกของเขามันมากเกินไป
เขาพูดว่าเขาอ่านข่าวจากจีนที่ฮันเกิงบอกว่า “ไม่มีสมาชิกใส่ใจผม” ซึ่งทำให้เขารู้สึกผิดหวังจริงๆ
โอเค นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง ในฐานะที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของฮันเกิง ฉันได้ติดตามข่าวที่บิดเบือนในเกาหลีทุกข่าวหลังจากคดีความ ไม่มีข่าวไหนเลยที่ฮันเกิงพูดว่า “ไม่มีสมาชิกใส่ใจผม” ถ้าคุณค้นหาคำว่าฮันเกิงบนอินเตอร์เน็ท จะมีข่าวขยะมากมายเกี่ยวกับตัวเขา แน่นอน ทั้งหมดนั้นมันไร้สาระจนฉันคิดได้แต่เพียงว่าแหล่งข่าวทั้งหมดก็คือตัว SME เอง แต่ก็ยังไม่มีข่าวไหนสักข่าวที่พูดถึงความเห็นของฮันเกิงในทางแบบนั้น ดังนั้น ฉันจึงเดาได้ว่าชินดงได้ยินข่าวนั้นมากจาก SME และคิดไปว่ามันเป็นเรื่องจริง และเห็นได้ชัดว่าชินดงไม่ได้ติดต่อกับฮันเกิง ซึ่งทำให้เขายิ่งไม่พอใจและผิดหวังมากขึ้น ดังนั้น เขาถึงพูดว่า ไม่มีสมาชิกคนไหนได้ติดต่อกับฮันเกิง ซึ่งฉันเชื่อว่ามันไม่จริงเลย
โชคไม่ดีที่ความเห็นเช่นนั้นของชินดงกลายมาเป็นประเด็นสำคัญท่ามกลางสำนักข่าวบันเทิงเกาหลี และสาธารณชนที่ทำให้เข้าใจไปว่าฮันเกิงพูดแบบนั้นจริงๆ ดังนั้นฉันจึงรู้สึกผิดหวังมากๆกับความเห็นของชินดง ถ้าเขาคิดถึงฮันเกิงมากกว่านี้ เขาก็ไม่ควรจะพูดข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพียงแค่ชินดงเป็นตัวของตัวเองด้วยการเปิดอก เข้าใจไปเอง และพูดตรงๆ โดยไม่ได้พิจารณา เลยทำให้ภาพลักษณ์ของฮันเกิงเสื่อมเสียลงไปอีก
อย่างไรก็ตาม ฉันไม่ได้กล่าวโทษชินดงในเรื่องนี้ อีกครั้งที่ฉันรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจของเขาที่เขาไม่ได้เป็นคนหนึ่งคนนั้นที่ฮันเกิงจะพูดคุยได้ขณะที่เขามีความทุกข์ นี่ยังเป็นการบอกฉันได้อีกอย่างว่าฮันเกิงโดดเดี่ยวแค่ไหนในช่วงที่เป็นเอสเจอยู่ในเกาหลี ฮันเกิงผู้น่าสงสาร หัวใจฉันอยู่กับคุณนะ
ในส่วนความเห็นของอีทึก และอึนฮยอก:
ฉันหมายความว่า...สองคนนี้จะเป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่รู้เรื่องฮันเกิง พูดตรงๆกับคุณเลยนะ ดังนั้น มันจึงน่ากระอักกระอ่วนมากๆที่เห็นสมาชิกสองคนนี้พูดว่าคิดถึงฮันเกิงในรายการ ขณะที่สามสมาชิกของ SJM นั่งเงียบตลอดโดยไม่ได้แสดงสีหน้าอาการใดๆเลย ถ้าใครสักคนจำเป็นต้องพูดแล้วล่ะก็ มันก็ควรจะเป็นสามสมาชิก SJM สิ ไม่ใช่สมาชิกสองคนนั้น เพราะสมาชิกสองคนนี้มีรายการวิทยุเป็นของตัวเอง ถ้าพวกเขาอยากจะพูดจริงๆ เขามีโอกาสเยอะแยะไป ฉันรู้สึกได้ว่าสามสมาชิก SJM ต้องสงวนคำพูดในเรื่องของฮันเกิง ฉันรู้สึกพอใจเหมือนกันกับความเงียบของพวกเขา ซึ่งฮันเกิงเองก็อาจจะต้องการในจุดนี้ด้วย
ถึงแม้ว่าความเห็นทุกความเห็นที่ลีดเดอร์อีทึกพูดไปในรายการจะดูเหมาะสม และถูกต้อง แต่ความเห็นของเขาก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาในแง่ลบจากแฟนๆเกาหลีด้วยเหมือนกัน เพราะพวกเรารู้ว่าอีทึกไม่ได้ช่วยเหลือฮันเกิงเท่าไหร่ในช่วง SJ/SJM อึนฮยอกก็เป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งที่ให้ความเห็นในเชิงไม่พอใจกับคดีความของฮันเกิงบนมินิโฮมเพจของเขา ดังนั้น ปฏิกิริยาของแฟนๆเกาหลีจึงออกมาในรูปแบบที่ว่า.. ทำไมคุณสองคนถึงพูดอะไรทำนองว่าคิดถึงฮันเกิงแบบนั้น????
อย่างไรก็ตาม ฉันก็ต้องพูดแบบนี้... ฉันคิดว่าสองคนนั้นคิดถึงฮันเกิงจริงๆนั่นแหละ แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาคิดถึงตัวฮันเกิง หรือพวกเขากำลังคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน 13 กันแน่ มันไม่ได้สำคัญกับฉันหรอก อีกครั้ง... ที่ฉันสามารถบอกได้ว่าหนุ่มสองคนนี้ก็แค่พูดตรงๆว่าพวกเขารู้สึกยังไงในรายการ
ในส่วนความเห็นของพิธีกร:
ใช่ ใช่แล้ว ความเห็นของพวกเขาเป็นเหตุผลหลักเลยที่ฉันตัดสินใจมาโพสเกี่ยวกับวีดีโอคลิปอันนี้ ก่อนที่ฉันจะได้ดูรายการนี้ ก่อนที่ฉันจะรู้ความเห็นของพวกเขา ตอนที่ฉันได้รู้ว่าสมาชิกเอสเจพูดถึงฮันเกิงในรายการ Radio Starฉันยังบอกกับเพื่อนฉันอยู่เลยว่า “พอเวลาผ่านไป เดี๋ยวสมาชิกทั้งหมดก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันสักวันแหละ นั่งดื่มเบียร์ และนั่งคุยกันถึงเรื่องความเข้าใจผิดระหว่างพวกเขา แล้วพวกเขาก็จะกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกครั้งหนึ่ง”
แล้วรู้อะไรมั้ย? นั่นเป็นสิ่งที่พิธีกรเหล่านั้นพูดเป๊ะๆเลย
พิธีกรสามคนนี้มีชื่อเสียงมากๆ และก็เป็นคนบันเทิงที่ประสบความสำเร็จในเกาหลี แต่ภาพลักษณ์ของพวกเขาในรายการจะออกไปในทางตลกขบขัน บางครั้งก็ดูงี่เง่า ดังนั้นแขกรับเชิญในรายการนี้จึงต้องคิดถึงความเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะต้องหัวเราะเฮฮาในรายการ พอตอนที่พิธีกรสามคนนี้ให้ความเห็นอย่างจริงใจในเรื่องฮันเกิง ฉันถึงได้ประหลาดใจมากๆ
ฉันจะแปลความเห็นของพวกเขาไว้ตรงนี้อีกรอบ
คิมกุกจิน (ดาราตลก): ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกคุณกำลังคิดอยู่ว่า “ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น? ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นได้?” แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณก็จะเข้าใจเองว่าทำไมเรื่องแบบนั้น/หรือขั้นตอนนั้นมันเกิดขึ้นมา ซึ่งทำให้เอสเจมีวันนี้ คุณจะเข้าใจมันได้เองในเวลาต่อมา
คิมกูรา (ดาราตลก): แน่นอนครับ เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปีต่อมา มันอาจจะเป็นฮันเกิงที่เลี้ยงเบียร์ชิงเต่าพวกคุณก็ได้ จริงๆนะ..
ยุนจงชิน (นักร้อง นักเขียน นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์): พวกเขามีเพื่อนๆเยอะเลยในจีน (หัวเราะ)
คิมกูรา: ไม่หรอก เพราะฮันเกิงเป็นคนจีนโดยกำเนิด... (มันต่างกัน)
ฉันคิดว่าสามพิธีกรพยายามจะบอกสมาชิกว่าถึงแม้ตอนนี้มันไม่ง่ายสำหรับพวกเขาที่จะเข้าใจฮันเกิงทั้งหมด แต่เมื่อพวกเขาอายุมากขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ขึ้น พวกเขาก็จะเข้าใจเรื่องทั้งหมดจากมุมมองของฮันเกิงได้เอง แล้วในที่สุดพวกเขาก็จะกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกครั้ง
ฉันคิดว่าการเป็นผู้ใหญ่... การอยู่ในช่วงวัย 40.. และเป็นคนบันเทิงระดับต้นๆนั้น พิธีกรสามคนนี้จึงรู้ว่าจะมองเรื่องต่างๆออกมาอย่างถูกต้องยังไงในวงการบันเทิง ดังนั้นฉันจึงรู้สึกขอบคุณมากๆที่พวกเขาพูดปิดท้ายเรื่องของฮันเกิงด้วยแง่คิดเช่นนั้นในรายการ
อีกครั้งหนึ่ง ฉันไม่ได้กำลังวิจารณ์สมาชิกสามคนนี้ที่พูดตรงๆเกี่ยวกับฮันเกิงในรายการหรอกนะ อย่างแรกเลย ฉันเพียงแค่แก้ไขคำพูดของชินดงเท่านั้น เพราะมันไม่จริง สอง ฉันอยากจะแบ่งปันปฏิกิริยาของแฟนๆเกาหลีเกี่ยวกับรายการนี้ และสุดท้าย ฉันอยากจะแบ่งปันความคิดเห็นส่วนตัวของฉันเกี่ยวกับรายการนี้
Credit: onepinetree@forhangeng.wordpress.com
Thai translation by: yeyebaby.exteen.com
กรุณานำออกพร้อมเครดิตทั้งหมด